บทความแนะนำ

จ้างเขียนบทความอย่างไรให้ได้งานคุณภาพ

โอ้ย !!! ปวดหัวคิดไม่ออกว่าจะเขียนบทความสร้าง Content อย่างไรมาลงเว็บและแฟนเพจ แค่ทำสินค้า แพ็คของ ติดต่อโรงงาน คุยกับซับพลายเออร์ ไหนจะต้องตอบแชท คุย Line กับลูกค้าอีกในแต่ละวันก็วุ่นวายมากพออยู่แล้ว เขาเวลามานั่นเขียนบทความนี่ก็หมดไปหละ

แต่พอจะจ้างเขียนบทความก็ต้องคิดหนักอีกว่าจะได้งานที่มีคุณภาพ ได้ดั่งใจเราหรือเปล่า คนที่รับจ้างเขียนบทความเขาจะเข้าใจธุรกิจและสื่อสารข้อมูลให้ได้ตรงใจลูกค้าเหมือนที่เราต้องการไหม

ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนประสบปัญหาเหตุการณ์ทำนองนี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะหาบทความ Content ดี ๆ ลงเพจเพื่อให้คนแชร์ คน Like คนมา comment และเกิดการซื้อขายมากยิ่งขึ้น หรือบทความดีลงในเว็บไซต์เราที่ช่วยให้เว็บไซต์ของเราได้ติดอันดับต้น บน Google

การเลือกที่จะจ้างเขียนบทความจึงเป็นคำตอบที่ดูเหมือนจะเหมาะสมสำหรับ SMEs ที่ไม่ถนัดงานนี้ (เอาเวลาไปทำการตลาด ขายสินค้า ตอบลูกค้าดีกว่า) แต่จะเลือกจ้างเขียนบทความคุณภาพได้อย่างหละ…

ความจำเป็นทำไมต้องจ้างเขียนบทความ

ประเด็นแรกเลย คือ “ไม่มีเวลามานั่งปั่น” เลยแหละ แค่เวลาเตรียมสินค้า คุยลูกค้า ในแต่ละวันมันก็หมดไปแล้ว

ประเด็นที่สอง คงหนีไม่พ้นที่เรื่องการเขียนบทความมันไม่ใช่ความถนัด เพราะไม่ใช่แค่ว่าความรู้ว่าต้องเขียนอย่างไร แต่มันต้องอาศัยความชำนาญเชี่ยวชาญพอสมควรในการเรียบเรียงเนื้อหาให้มีความน่าสนใจ จ้างเขียนบทความ จึงเป็นทางออกสำหรับเจ้าของกิจการ

ประเด็นสุดท้าย นี่คือหลักการในการผ่อนแรงเราครับ หากต้องการที่จะทำธุรกิจแบบมี Passive Income ไม่ต้องทำงานอะไรมากแค่คุมงานให้เป็นไปตามที่เราต้องการ จ้างเขียนบทความ หรือ ใช้บริการ Outsource จึงตอบโจทย์เราได้ดีที่สุดเลย

ต้องเตรียมตัวอะไรก่อนจ้างเขียนบทความ

แต่ก่อนที่เราจ้างเขียนบทความนั้นจำเป็นอย่างยิ่งครับที่เราจะต้องมีการเตรียมตัวเตรียมข้อมูลเพื่อส่งให้กับคนที่รับจ้างเขียนบทความได้ออกมามีคุณภาพ เหตุผลเพราะ Input ที่มีคุณภาพ จากเจ้าของกิจการ จะส่งผลให้ได้ Output งานเขียนที่มีคุณภาพเช่นกันครับ

อะไรบ้างที่ต้องเตรียม !!

1.เราต้องมีความชัดเจนในเรื่องของ “กลุ่มลูกค้า” นะครับ

ลูกค้าเราเป็นใคร ผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก คนแก่ อายุเท่าไหร่ เขามีปัญหาอะไร ชอบอะไร ใช้ชีวิตแบบไหน คนบ้านนอก หรือคนในเมืองฯ ถามว่าทำไมต้องรู้ลึกขนาดนี้ เหตุผลเพราะ กลุ่มลูกค้าที่มีความแตกต่างกันจะใช้ภาษาที่แตกต่างกัน เราไม่สามารถที่จะใช้สำนวนที่พูดคุยกับเด็กวัยรุ่น ไปส่งให้กับคนรุ่นพ่อรุ่นแม่เราอ่านเขาจะเข้าใจหรือ รับภาษาเหล่านั้นได้มากนัก ยิ่งเราชัดเจนเรื่องนี้มากเท่าไหร่ งานเขียนที่ได้จะมีคุณภาพมากเท่านั้นครับ

2.สินค้าหรือบริการของเรานี่ช่วยแก้ปัญหาอะไร ?

ประเด็นนี้ก็ไม่ได้มีความสำคัญน้อยไปกว่าประเด็นแรกเลยนะครับ คุณต้องบอกตัวเองและบอกให้ผู้ที่รับจ้างเขียนบทความให้คุณนั้นให้เขาทราบว่าสินค้าคุณตอบโจทย์อะไรลูกค้า มีความแตกต่างอย่างไร ยกตัวอย่าง คุณจ้างเขียนบทความเกี่ยวกับ “ครีมรักษาสิว” เพราะฉะนั้นตัวสินค้ามันรักษาสิวได้เป็นคำตอบพื้นฐาน แต่ที่มากไปกว่านั้น แล้วสินค้าเราแตกต่างจากชาวบ้านชาวช่องเขาอย่างไรหละ เป็นส่วนผสมธรรมชาติ ? ส่วนผสมเหล่านั้นมีคุณสมบัติ มีเรื่องราวความเป็นมา มีงานวิจัยที่ไหนรองรับ หรือ เรามีบริการอะไรเสริมฯ คุณต้องให้คนเขียนบทความรู้จักสินค้าคุณพอ ๆ กับที่คุณรู้จักนะครับ

3.ผลลัพธ์ของบทความที่คุณจ้างเขียนนั้นอยากให้ผู้อ่านได้อะไร ?

แน่นอนหละครับว่าเราลงทุนจ้างเขียนบทความนั้นก็เพื่อที่จะให้ได้ยอดขายที่เพิ่มขึ้นกลับมาก ถ้าต้องการผลลัพธ์เพียงแค่นี้เราทำแค่จัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถมก็เพียงพอแล้วครับ ทว่าหากต้องการสร้างบทความหรือ Content Marketing แบบที่ทำธุรกิจหากินไปนาน ๆ เราต้องวางแผน และคาดหวังผลลัพธ์ ให้มากยิ่งขึ้น

ผลลัพธ์อะไรที่เราควรคาดหวังให้ลูกค้าได้จากการที่เราจ้างเขียนบทความ

1.ความตระหนักรู้ในภัย หรือ ปัญหาที่เรากำลังประสบอยู่นั้นว่ามันมีโทษหรือมีความร้ายแรงมากน้อยขนาดไหน และเขาควรใจใจกับปัญหานี้ขนาดไหน

2.แนวทางที่เขาสามารถที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เขาประสบอยู่นั้นมีทางออกแบบไหนอย่างไร

3.ทางเลือกในการแก้ไขปัญหา มีอะไรอย่างไรบ้าง

4.สินค้าหรือบริการของเราตอบโจทย์อะไรเขา เราช่วยเขาได้อย่างไร

นี่คือสิ่งที่ควรคาดหวังเบื้องต้นจากการที่เราจ้างคนเขียนบทความให้กลุ่มเป้าหมายเราได้อ่านได้ทำความเข้าใจ บทความที่มีคุณภาพ เข้าถึงปัญหาของกลุ่มเป้าหมายจะช่วยปิดการขายให้เราเองโดยอัตโนมัตินะครับ ไม่ต้องเร่งรีบยัดเยียดขายสินค้า

เจ้าของกิจการต้องเตรียมข้อมูลเบื้องต้น 3 ข้อนี้ให้พร้อมก่อนที่จะเริ่มค้นหาคนมาเขียน อย่าเพิ่งรีบจ้างหากข้อมูลเรายังไม่พร้อมนะครับ เพราะเราอาจจะไม่ได้คนที่เราต้องการ เหตุเพราะ requirement หรือ ความต้องการจริง ๆ เรายังไม่นิ่งพอนะครับ

ควรเลือกจ้างคนเขียนบทความอย่างไร

เมื่อข้อมูลพร้อม “ผู้รับจ้างเขียนบทความ” จะปรากฏ..ว่าไปนั่น

มาถึงขั้นตอนที่ท่านเจ้าของกิจการต้องคัดสรรคนที่จะมาช่วยเราแบ่งเบาภาระในการทำบทความ สร้าง Content คุณภาพส่งให้กับลูกค้าที่เรารักแล้วหละครับ จะเลือกคนแบบไหน ผมให้แนวทางดังนี้ครับ

1.คนรับจ้างเขียนบทความที่พร้อมจะเรียนรู้ธุรกิจคุณอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เขียนงานตามใบสั่ง

2.ต้องดูคนที่มีความรับผิดชอบ ตรงเวลาเป็นหลักก่อนที่จะดูเรื่องสำนวนภาษาที่เขาใช้ในการเขียน

3.มีตัวอย่างงานหรือ portfolio อ้างอิงให้เราดูได้บ้างนะครับ

4.ข้อนี้สำคัญ..ต้องมีประสบการณ์ในการทำการตลาดออนไลน์มาบ้างนะครับ ไม่ใช่แค่เป็นคนเขียนบทความเพียงอย่างเดียว เหตุเพราะ การเขียนบทความในเชิงธุรกิจจะต้องมีความเข้าใจธุรกิจพอสมควร ยิ่งไปกว่านั้นก็คือต้องพอมีความรู้เกี่ยวกับการทำ Onpage SEO บ้างนะครับ จะช่วยให้เราเบาแรงได้มากๆ

จะเห็นได้ว่าหลักการเลือกจ้างคนมาเขียนบทความนั้นผมให้น้ำหนักกับเรื่องของความรับผิดชอบและประสบการณ์ด้านธุรกิจเป็นหลัก มากกว่าการให้น้ำหนักกับลักษณะภาษาที่เขาเขียน เหตุผลก็เพราะว่า คนที่เขียนบทความได้ดีนั้น คือคนที่ “ตีโจทย์” ธุรกิจได้แตก แล้วเขาสามารถที่จะเขียนให้ได้ตรงตามเป้าหมายที่เราต้องการได้ สไตล์ รูปแบบภาษา มันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามโจทย์ แต่ถ้าตีโจทย์ไม่แตกเขาก็จะเขียนในสไตล์เดิม ๆ ซึ่งมันก็ไม่มีความต่างใด ๆ เลย และก็ไม่ค่อยเกิดประโยชน์กับธุรกิจมากเท่าไหร่นัก

การตรวจงานเขียนที่จ้างเขียนบทความ

เมื่อได้คนเขียนบทความ สร้าง Content แล้วเราส่งมอบข้อมูลที่เรามี บอกความต้องการเป้าหมายของการทำบทความแล้ว คราวนี้เรามาดูขั้นตอนในการตรวจรับงานและการแก้ไขเพื่อให้ได้ดั่งใจเรานะครับ

สิ่งที่สำคัญที่สุดผมเน้นย้ำอีกครั้งนะครับ เราต้องมีข้อมูลที่เพียงพอให้กับคนที่รับจ้างเขียนบทความให้คุณนะครับ ไม่อย่างนั้นขั้นตอนการตรวจรับงานจะเกิดความกินแหนงแคลงใจ คนจ้างไม่ได้งานที่ต้องการ คนเขียนก็พยายามเขียนให้คลอบคลุมสิ่งที่คนจ้างให้มา งานแก้ไม่จบ คนรับจ้างเขียนเซ็ง คนจ้างเขียนยิ่งเซ็งกว่า

ขั้นตอนการตรวจรับงานเขียนที่จ้างเขียนบทความ

1.ตรวจรับกันที่หัวข้อที่จะเขียนก่อนเลยครับ ว่าหัวข้อโดนใจ ตรงใจเจ้าของกิจการหรือเปล่า นี่เป็นปฐมบทเลยครับ หากปล่อยให้เขียนโดยที่ไม่ได้ตรวจรับหัวข้อ คนเขียนก็จะพยายามเขียนไปตามหัวข้อที่เขาคิดว่าโดน แต่แท้จริงแล้วมันไม่โดนตั้งแต่แรกงานก็ไม่ได้ตามที่เราต้องการ ต้องให้หัวข้อบทความผ่านก่อนค่อยลงมือเขียนนะครับ

2.ตรวจรับเนื้อหา ว่ามีความสอดคล้องกับหัวข้อไหม สำนวน ภาษา ตรงตามที่เราต้องการหรือไม่ ผมแนะนำให้ดูโครงสร้างของการเขียนประมาณนี้นะครับ

  • หัวเรื่อง : ต้องโดนใจ สะดุดสายตา
  • เกริ่นนำ : ต้องทำให้อยากอ่านต่อในประเด็นเนื้อหา
  • เนื้อหา : ต้องมีสาระและความบันเทิงแฝงอยู่ภายใน
  • บทสรุป : ทำให้คนได้คิดหรือเขารู้สึกว่าเขาต้องลุกขึ้นมาทำอะไรบางสิ่งบางอย่าง

3.มาดูเรื่องคำผิด ตัวสะกด ต่าง ๆ มีความเป็นไปได้ครับที่คนรับจ้างเขียนบทความอาจจะตกหล่นเรื่องตัวสะกดหรือคำผิดบ้าง โดยส่วนตัวผมแล้วไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่มากครับ เพราะมันแก้ไขกันได้ แต่ประเด็นสำคัญคือเนื้อหาสาระมันครบถ้วน ตามที่เราต้องการสิ ลูกค้าอ่านแล้วได้ประโยชน์สิ ส่วนนี้สำคัญกว่ามากครับ

4.สำหรับบทความที่เน้นเรื่องการทำ SEO คุณต้องดูเรื่องของการวาง Keyword หลักว่ามีอยู่ในบทความไหม นอกจากนั้นควรดูเรื่อง Keyword รองด้วยนะครับว่ามีการดักคำเหล่านี้ไว้ในบทความที่เราจ้างเขียนหรือเปล่า ข้อนี้เจ้าของกิจการหลายท่านอาจจะไม่ค่อยมีความรู้ผมแนะนำว่าให้ท่านลองศึกษาเพิ่มเติมสักหน่อยนะครับ มันเป็นประโยชน์กับตัวท่านเองครับ ผมรับรองครับว่าไม่ได้ยาก ท่านรู้แล้วนำมาตรวจรับงาน เป็นประโยชน์กับเงินและธุรกิจของท่านเองอย่างแน่นอนครับ

ไม่ได้ยุ่งยากจนเกินไปนะครับสำหรับการตรวจรับงาน จริง ๆ มันก็เหมือนกับการตรวจรับสินค้าโดยทั่วไปหละครับ ดูว่ามันใช้งานได้ไหม และมันใช้ได้ประโยชน์มากน้อยขนาดไหน แค่นั้นเองครับ

 

ค่าใช้จ่ายในการจ้างเขียนบทความ

ร่ายมาเสียยาว ยังไม่รู้เลยว่าจะจ้างเขียนบทความเท่าไหร่ดี ทำไมไม่บอกตั้งแต่ต้น ๆ บทความ หลายคนอาจจะคิดในใจ หรือ ใครคิดนอกใจ…อันนี้ก็ต้องระวังนะครับ

ผมอยากให้ท่านได้ “เสพ” เนื้อหาสิ่งที่ท่านต้องทำก่อนที่ท่านจะมาดูเรื่องของราคาหรือค่าใช้จ่ายหนะครับ เมื่อท่านเข้าใจว่าท่านต้องทำอะไรบ้าง แล้วค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ค่อยมาว่ากันอีกที

การจ้างเขียนบทความนั้นมีหลายเกรดหลายราคา เจ้าของกิจการจะเลือกแบบไหนสไตล์ไหน ผมขอยกตัวอย่างการทำงานของคนเขียนบทความมืออาชีพสัก 1 บทความให้ท่านได้เข้าใจก่อนนะครับว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง แล้วท่านค่อยตัดสินใจว่าจะจ่ายเท่าไหร่

1.รับโจทย์มาจากผู้จ้างเขียนบทความ ซึ่งก็ตามเนื้อหาที่ผมได้บอกท่านไปแล้วตั้งแต่ตอนต้น

2.ทำความเข้าใจรูปแบบธุรกิจของผู้ว่าจ้าง

3.ทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า ปัญหาที่เขาประสบ

4.แปลงความต้องการของลูกค้ามาเป็นประเด็นของบทความ

5.ตีโจทย์ธุรกิจของผู้จ้างเพื่อนำมาทำเป็นประเด็นข้อมูลส่งต่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น

6.เริ่มคิดหัวข้อบทความ 10-20 หัวข้อเพื่อนำเสนอผู้จ้างได้เลือกเพียงแค่ 2-3 บทความจะมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับการตกลง

7.เริ่มเขียนบทความด้วยการ Research หรือวิจัยหัวข้อที่จะเขียน หาแหล่งข้อมูลอ้างอิง ลงมือเขียนเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงและมีความน่าเชื่อถือ

8.ตรวจสอบความถูกต้อง และตรวจสอบว่าบทความเป็นไปตามเป้าหมายที่ลูกค้าต้องการไหม

9.ส่งงานให้ผู้ว่าจ้าง ถ้าโชคดีก็จบงาน แต่หากต้องแก้ ก็ต้องกลับไปดูเรื่องของข้อมูล Research เพิ่มเติม แก้ไขสำนวนต่าง ๆ

การเขียนบทความเพื่อให้ได้ 1 บทความมันก็ไม่ต่างอะไรกับการผลิตสินค้าคุณภาพดี ๆ ชิ้นหนึ่งครับ หากต้องการงานคุณภาพ คุณก็จ่ายตามเนื้องาน

ทว่าหากไม่ต้องการงานคุณภาพก็มีประเภทตัดแปะเป็นจิ๊กซอ นำโน่นมานิด ดึงจากโน้นมาหน่อย ได้งานเขียนมาเช่นกันนะครับ แต่มันอาจจะไม่ได้เป็นที่คุณคาดหวังไว้ คุณสั่งตึก 4 ชั้นไป แต่คนเขียนแบบ ทำบทความอาจจะส่งแค่บ้านเล็กๆ ชั้นเดียวมาให้ก็ได้นะครับ หนักไปกว่านั้น คือคุณได้แบบบ้านในสลัมมาเป็นของแถม

เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นแล้วกับการที่เราเห็นแค่ “ของถูก” ไม่มองที่คุณภาพและความเหมาะสมของราคา อย่าลืมนะครับว่า “บทความ” คือ หน้าตาของธุรกิจคุณที่จะส่งให้กับกลุ่มเป้าหมาย หากตัวท่านเองไม่ได้ให้คุณค่ากับงานของคนอื่น ลูกค้าก็จะไม่เห็นคุณค่างานหรือสินค้าของคุณเช่นกัน

ถ้าท่านเจ้าของกิจการต้องการสร้างตึกธุรกิจที่มีรากฐานมั่นคง ท่านก็ควรออกแบบโครงสร้างของเนื้อหา บทความให้ดี แล้วตึกท่านจะมั่นคง ธุรกิจท่านจะมั่นคง แต่ถ้าชอบแบบตัดแบบท่านก็เลือกจ้างช่างรับเหมาทั่วไปแก้โน่นนิด ทำนี่หน่อยก็ทำได้ครับ

แล้วมีมาตรฐานราคาไหม คำตอบก็พอมีนะครับ ทว่าทั้งหมดทั้งเพมันอยู่ที่ความยากของงานเป็นสำคัญดั่งที่ผมว่ามานะครับ เหมือนกับงานออกแบบบ้านหนะหละครับ ยิ่งต้องการแบบบ้านสวย คนออกแบบก็ต้องใช้ความพยายามมาก ราคาก็เหมาะสมกับความพยายาม

จ้างเขียนบทความที่ไหนดี

จะจ้างเขียนที่ไหนดี ผมได้บอกแนวทางการคัดเลือกคน แนวทางการทำงานของคนรับเขียนบทความ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการจ้างเขียนบทความให้ท่านพอเข้าใจและเห็นภาพมากขึ้นแล้วนะครับ ส่วนจะจ้างเขียนบทความที่ไหนดี ผมว่าท่าน ๆ ใช้ google กันอยู่แล้ว ก็ลองค้นหาในนั้นครับ มีให้เลือกมากมายเลยทีเดียวครับ คนรับเขียนบทความในเว็บไหน ให้บริการตามแนวทางที่ผมแนะนำมาก็ลองพูดลองคุยกับเขาดู ลองให้เขาเสนอราคาให้ลองพิจารณาดูก่อนก็ได้นะครับ สอบถามแนวทางการทำงานของเขาว่าเขาทำงานอย่างไร 1 บทความใช้เวลากี่วัน หากต้องจ้างเขียนบทความในปริมาณที่มากเขามีทีมงานหรือไม่นะครับ

สำหรับท่านที่อ่านบทความนี้แล้วคิดว่าไม่ไปหงไปหาที่ไหนหละ เถ้าแก่ใหม่ มีบริการรับเขียนบทความไหม คำตอบคือมีครับ และผมจะบอกว่าการรับจ้างเขียนบทความเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการทำ Content Marketing ให้กับลูกค้านะครับ ท่านเริ่มที่บทความที่มีคุณภาพลงในเว็บ ในเพจ ของท่านก่อนเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการทำ Content Marketing เลยทีเดียวครับ

หากเจ้าของกิจการสนใจบริการจะจ้างทีมงานเถ้าแก่ใหม่เขียนบทความ กรุณากรอกข้อมูลด้านล่างให้ครบถ้วนเพื่อขอใบเสนอราคาคะครับ เมื่อได้รับข้อมูลจากท่านแล้วทีมงานจะโทรไปพูดคุยสอบถามความต้องการเพิ่มเติมเพื่อทำใบเสนอราคาเบื้องต้นให้กับทุกท่านนะครับ

Comments

comments

ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์และบรรณาธิการบริหาร www.taokaemai.com ,www.taokaemaischool.com นักวางแผนกลยุทธ์ด้านการตลาด ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้กับ SMEs . นักเขียน วิทยากร อาจารย์พิเศษ ด้านการตลาดออนไลน์