Blog

ทำธุรกิจ โดนภาษีย้อนหลัง ต้องทำอย่างไร ?

0

โดนภาษีย้อนหลัง เป็นคำที่เราได้ยินอย่างคุ้นหูกันดี บางทีก็เห็นดาราโดนภาษีย้อนหลังกันบ้าง ก็ยังนึกในใจว่า ก็ต้องมีบ้างนะก็เป็นดารานี่ รายได้ก็ต้องเยอะอยู่แล้ว หากไม่บันทึกรายรับไว้แล้วคำนวณภาษีส่งสรรพากรทุกปีอย่างตรงไปตรงมาแล้วล่ะก็ พอสรรพากรตรวจเจอทีหลังก็ต้องโดนภาษีย้อนหลังอ่วมอรทัยกันไป ในกรณีโดนภาษีย้อนหลังนี่ก็สามารถเกิดกับคนใกล้ตัวได้ด้วยเช่นกัน เช่น เพื่อนที่ทำธุรกิจ แล้ววันดีคืนดีมาปรึกษาคุณว่า โดนภาษีย้อนหลังเสียแล้ว จะทำไงดี? ก่อนอื่นเราคงต้องมาทำความเข้าใจเรื่องของภาษีย้อนหลังกันก่อนครับ

 

การเก็บภาษีย้อนหลังคืออะไร

การเก็บภาษีย้อนหลังจะเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่สรรพากรทำการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันและปราบปรามทางภาษีอากร  ภายใต้การดูแลของ  3 หน่วยงานหลักที่มีหน้าที่จัดเก็บภาษีโดยเฉพาะ ได้แก่ กรมสรรพากร กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต แต่ที่เราคุ้นเคยมากที่สุดเห็นจะเป็นกรมสรรพากร ที่จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล  รวมถึงการจัดเก็บภาษีทางอ้อม หรือ VAT และภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงมีฐานของผู้ที่จะต้องเสียภาษีจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว

 

วิธีการตรวจสอบภาษีย้อนหลังของกรมสรรพากร

หลายคนคงสงสัยว่ากรมสรรพากรจะรู้ได้อย่างไร ว่าเราทำอะไรมีรายได้เท่าไร ซึ่งแน่นอนว่ากรมสรรพากรจะต้องมีวิธี ในการตรวจสอบซึ่งหลัก ๆ จะได้แก่  การออกตรวจเยี่ยมและแนะนำผู้ประกอบการ การตรวจการปฏิบัติงานทั่วไปในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม การตรวจนับ สต๊อกสินค้า ซึ่งเป็นทางแก้ในการอุดช่องโหว่ของการหลีกเลี่ยงภาษีอากร  การสอบยันใบกำกับภาษี เพื่อดูว่าเป็นใบกำกับภาษีปลอมบ้างหรือไม่ การตรวจคืนภาษี ซึ่งจะทำกับบุคคลธรรมดา  ซึ่งมีทั้งกรณีที่คืนภาษีก่อนตรวจสอบ กับขอตรวจสอบความถูกต้องในภายหลัง รวมถึงการออกหมายเรียกเพื่อตรวจสอบภาษี โดยอาศัยอำนาจตามมาตร 19 23 88/4 และ 123 แห่งประมวลรัษฎากร สั่งให้ผู้เสียภาษีส่งมอบบัญชีพร้อมทั้งเอกสารหลักฐาน  ต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบหรือไต่สวนภาษีอากรทุกประเภท ซึ่งกรณีนี้อาจเกิดจากเจ้าหน้าที่วิเคราะห์แบบแสดงรายการภาษีแล้ว พบว่าบุคคลหรือนิติบุคคลมีการชำระภาษีไม่ถูกต้องครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีการตรวจค้น ทำการยึดและอายัดบัญชีรวมถึงเอกสารต่าง ๆ ข้อนี้ถือว่าร้ายแรงที่สุด  เพราะกรมสรรพากรจะส่งเจ้าพนักงานเข้าทำการตรวจ รื้อค้นเอกสาร และสามารถยึดหรืออายัดเอกสาร  ต่าง ๆ ที่มีการหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งมักเป็นรายที่มีการหนีภาษีจำนวนเงินที่เยอะและมีความชัดเจนมาก

 

 

การตรวจสอบภาษีย้อนหลังกับอายุความ

ในการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง สำหรับผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่มีการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีไม่ถูกต้องตามจริงหรือไม่สมบูรณ์ครบถ้วนนั้น เจ้าพนักงานจะประเมินและออกหมายเรียกภายใน 2 ปี นับจากวันที่มีการยื่นแบบแสดงรายการ เว้นแต่จะมีหลักฐานหรือเหตุให้สงสัยว่าผู้ยื่นแบบแสดงรายการมีเจตนาหลบหลีกภาษีหรือเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการคืนภาษี  ทั้งนี้ทางอธิบดีกรมสรรพากรจะอนุมัติให้ขยายเวลาในการออกหมายเรียกเกินกว่า 2 ปีได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่ยื่นแสดงรายการ สำหรับคนที่ไม่ได้ยื่นแบบและแสดงรายการ ตามประมวลรัษฎากรไม่ได้ระบุระยะเวลาในการอออกหมายเรียกไว้ จึงใช้กำหนดระยะเวลาตามอายุความทั่วไปจากเจ้าพนักงานที่มีอำนาจประเมินและเรียกเก็บภาษีได้ภายในระยะเวลา 10 ปี นับจากวันที่พ้นกำหนดยื่นแบบแสดงรายการนั้น

 

ภาษีธุรกิจสามารถย้อนหลังได้กี่ปี?

สำหรับคนที่ทำธุรกิจประเภทต่าง ๆ  เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีได้ภายในระยะเวลา 10 ปี ตามมาตรา 193/31 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียกแต่ประการใด  ซึ่งอายุความในการเรียกเอาหนี้ภาษีอากรคืนนั้น จะนับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาในการยื่นแบบแสดงรายการ เป็นเวลา 10 ปี

 

ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมของภาษีย้อนหลัง

สำหรับบุคคลที่ทำงานให้กับบริษัทหรือห้างร้าน เวลาคุณเข้าไปรับเช็คหรือเงินสด จะมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ อย่างน้อย  1 %  ซึ่งตรงนี้เองที่สรรพากรสามารถทราบยอดรายได้รวมกันต่อปีจะเกิน 1,800,000 บาท หรือไม่ ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่หักค่าใช้จ่าย ตามกฎหมายภาษีจะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7 %  หรือ Vat ซึ่งถ้าไม่ปฏิบัติตามนี้ หากกรมสรรพากรเรียกตรวจ Vat 7 %  ที่เราไม่ได้จัดเก็บจากลูกค้าทั้งหมด ตัวเราเองจะต้องเป็นคนรับผิดชอบจ่ายให้กับสรรพากรเองทั้งหมด รวมถึงเงินอื่นใด เช่น เงินเพิ่มและค่าเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าตัวด้วย  และถ้าหากมีรายได้ย้อนหลังไป 3 ปี คงจะต้องเตรียมหาที่ปรึกษาสำนักงานบัญชีไว้ให้พร้อม เพราะหากไม่เตรียมการตรงนี้ อาจโดนภาษีย้อนหลังเล่นงานแบบจัดหนักได้ หากคุณมีทรัพย์สินบ้านหรือที่ดิน  สรรพากรจะเข้ายึดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล

 

เรื่องภาษีอากรต้องใส่ใจ

ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย นับว่าเรื่องภาษีอากรเราต้องรู้ ไม่รู้ไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่ทำธุรกิจประเภทต่าง ๆ สิ่งที่ต้องเอาใจใส่อย่างที่สุดก็คือเรื่องของกฎหมายภาษีอากร ที่มีกำหนดไว้ว่าหากไม่ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภายในเวลาที่กำหนด จะต้องเสียเงินเพิ่มอีกเดือนละ 1.5 %  นับจากวันพ้นกำหนดเวลาในการยื่นแบบแสดงรายการ จนถึงวันที่นำเงินภาษีไปชำระ สำหรับกรณีที่ไม่ยอมยื่นแบบแสดงรายการหรือยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีไว้แต่ชำระภาษีขาดหรือน้อยไป นอกจากจะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนแล้ว อาจจะต้องเสียค่าปรับอีก 1 หรือ 2 เท่า ของภาษีที่จะต้องเสียอีก

ด้วย ทางที่ดีควรชำระภาษีตามวันเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาเสียค่าปรับหรือเงินเพิ่มในภายหลัง

 

วิธีในการเข้าพบเจ้าหน้าที่สรรพากร

เมื่อคุณได้รับหนังสือแจ้งจากกรมสรรพากรแล้ว จงแน่ใจว่าการที่จะไปพบเจ้าหน้าที่สรรพากรนั้น คุณได้จ่ายชำระค่าภาษีมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งหากได้ทำการจ่ายค่าภาษีมาบ้างแล้ว ก็อาจจะแก้ต่างหรือขอลดหย่อนภาษีได้ แต่หากว่าคุณไม่เคยได้จ่ายภาษีเลย ก็อาจจะต้องยอมรับสภาพจ่ายชำระภาษีอากรตามยอดที่เจ้าหน้าที่บอก แต่ถ้าจะให้ดีและมีความมั่นใจควรติดต่อกับทางสำนักงานบัญชีไว้ และเข้าไปร่วมรับฟังด้วยกัน และคุณควรพูดเท่าที่คุณจะพูดได้เท่านั้น แล้วค่อยเจรจากันอีกทีเมื่อผลการตรวจ Bank Statement  เสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

การหักลดหย่อนภาษีอากร

มีข้อกฎหมายกำหนดให้คุณสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ คนละ 30,000 บาท หากสมรสแล้ว ก็สามารถหักค่าลดหย่อนของภรรยาได้อีก 30,000 บาท รวมเป็น 60,000 บาท นอกจากนี้ หากมีการดูแลบิดามารดาที่อายุเกิน 60 ปี ก็สามารถหักลดหย่อนได้ด้วยเหมือนกัน รวมไปถึงการหักค่าลดหย่อนบุตร ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ควรศึกษาเพิ่มเติมหรือสอบถามจากเจ้าหน้าที่โดยตรงเพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง

 

เรื่องของภาษีอากรเป็นอะไรที่คุณจะเพิกเฉยเมินเฉยหรือทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้ หรือคิดไปเองว่าสรรพากรคงจะตรวจไม่เจอหรอก แท้จริงไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด เพราะคุณจะเห็นข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องที่คนดังโดนภาษีย้อนหลังหลักแสนหลักล้านถึงกับเสียวสันหลังกันทีเดียวเพราะเป็นเงินก้อนโตที่มารวมทีเดียว

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ทำธุรกิจด้วยแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังให้มากในเรื่องของการชำระภาษีอากรให้ตรงกำหนดและตรงกับความเป็นจริง เพราะการดำเนินธุรกิจย่อมมีผลกำไรขาดทุน ก็ยิ่งต้องให้ความใส่ใจอย่างรอบคอบ ด้วยการเสียภาษีอย่างถูกต้อง การทำบัญชีอย่างตรงไปตรงมา ไม่พยายามหาทางหลีกเลี่ยงภาษี ย่อมสบายใจกว่าต้องมานั่งสะดุ้งทีหลังว่า สรรพากรจะตรวจเจอย้อนหลังเมื่อไร จะมีเงินไปจ่ายภาษีย้อนหลังหรือไม่ หากธุรกิจบริหารจัดการเงิน บริหารงาน บริหารคนได้ เชื่อว่าไม่มีธุรกิจไหนที่จะคอยจ้องแต่จะเลี่ยงภาษีอย่างแน่นอน  ในส่วนของเพื่อนของคุณที่โดนภาษีย้อนหลังคงทราบสาเหตุแล้วว่าเกิดจากอะไร ก็ให้ทำการแก้ไขในปัจจุบันและเสียภาษีอย่างถูกต้อง ในปีต่อไปก็ต้องรัดกุมในทุกด้านของการบัญชีและเสียภาษีอย่างถูกต้องรับรองไม่ต้องนั่งกุมขมับอย่างที่เป็นมาแน่นอน

 

แบงค์ชาติสิงคโปร์ประกาศจัดตั้ง FinTech Innovation Lab อย่างเป็นทางการ

0

[ad_1]

MAS

Monetary Authority of Singapore (MAS)  หรือแบงค์ชาติสิงคโปร์ประกาศเป็นทางการวันนี้ว่าจะเปิด FinTech Innovation Lab ชื่อ “Looking Glass” นำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในการพัฒนา Product โดยจะตั้งอยู่ในสำนักงานของ MAS เอง

โดยจะเข้ามาตอบโจทย์หลักๆ ได้แก่

  • แบงค์ชาติสิงคโปร์ร่วมทดลอง FinTech solution กับธนาคาร, Startup และ Technology vendors
  • ให้คำปรึกษา Startup โดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละส่วน อาทิ กฏระเบียบต่างๆ, และที่เกี่ยวข้องในแต่ละภาคธุรกิจ
  • ให้สถานที่สำหรับเทรนนิ่งและกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ FinTech community

ที่มา : MAS

นับเป็นแผนการสนับสนุนที่ทำอย่างต่อเนื่อง และช่วงปลายปีทำแผนการตลาดเพื่อโปรโมตประเทศครั้งใหญ่ด้วย Singapore FinTech Festival  ความเคลื่อนไหวของสิงคโปร์จะสร้างแรงเหวี่ยงให้หลายประเทศแถบนี้ โดยเฉพาะฮ่องกงออกมาทำอะไรสักอย่างมากขึ้นแน่นอน

แบงค์ชาติสิงคโปร์รุกหนักชวน Fintech ทั่วโลกร่วม Singapore Fintech Festival

 

[ad_2]

ขอบคุณข่าวสารธุรกิจ techsauce.co

SMEs Updatedฉุดไม่อยู่! 2 สัปดาห์ข้าวราคารูดตันละ 2,000 บาท ปลัดพาณิชย์นัดโรงสี-ผู้ส่งออกถกด่วน

0

[ad_1]











ฉุดไม่อยู่! 2 สัปดาห์ข้าวราคารูดตันละ 2,000 บาท ปลัดพาณิชย์นัดโรงสี-ผู้ส่งออกถกด่วน



       
เผยราคาข้าวในประเทศทรุดหนัก 2 สัปดาห์ลดแล้วตันละ 2 พันบาท “ปลัดพาณิชย์” นัดโรงสี ผู้ส่งออกหารือด่วน เผยเหตุไม่มีคำสั่งซื้อเข้ามา โรงสีเร่งระบายสต๊อก และกังวลรัฐบาลระบายข้าวสต๊อกอีก 1 ล้านตัน

       

       รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า ราคาข้าวสารและข้าวเปลือกภายในประเทศได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคาได้ปรับลดลงมากกว่า 2,000 บาทต่อตัน โดยราคาข้าวเปลือกเจ้า 5% เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2559 (กรุงเทพฯ) ราคาอยู่ที่ 9,000 บาทต่อตัน ราคาซื้อขายที่ จ.ชัยนาท อยู่ที่ 9,200-9,300 บาทต่อตัน และราคาวันที่ 22 ส.ค. 2559 ปรับลดลง 2,000 บาทต่อตัน โดยราคาข้าวเปลือกเจ้า 5% (กรุงเทพฯ) เหลือ 7,800 บาทต่อตัน ราคาซื้อขายที่ จ.ชัยนาท อยู่ที่ 8,000-8,200 บาทต่อตัน

       

       ส่วนราคาข้าวขาว 5% (ข้าวสาร) วันที่ 1 ส.ค. ราคาอยู่ที่ 1,390-1,400 บาทต่อกระสอบ หรือ 1.39-1.4 หมื่นบาทต่อตัน ปรับลดลงมา 2,000 บาท เช่นเดียวกัน โดยราคา ณ วันที่ 22 ส.ค. ข้าวขาว 5% ลดเหลือ 1,180-1,200 บาทต่อกระสอบ หรือ 1.18-1.2 หมื่นบาทต่อตัน

       

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลจากราคาข้าวสารในประเทศที่ปรับลดลงอย่างหนัก ทำให้ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ต้องนัดประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องทันที ทั้งตัวแทนโรงสีและผู้ส่งออกข้าวในวันนี้ (23 ส.ค.) เพื่อประเมินสถานการณ์ราคาข้าวที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว

       

       ทั้งนี้ ประเมินสาเหตุในเบื้องต้นพบว่า ราคาข้าวปรับตัวลดลงเนื่องจากไม่มีคำสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศเข้ามาทำให้ผู้ส่งออกบางรายที่ขายข้าวล่วงหน้า ขายในราคาที่ลดลงจึงกระทบต่อราคาในประเทศ และยังได้รับผลกระทบทางจิตวิทยาจากการที่รัฐบาลกำลังจะระบายสต๊อกข้าวเป็นการทั่วไปและเข้าอุตสาหกรรมอีก 1 ล้านตัน ในช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ ทำให้ผู้ซื้อชะลอการซื้อข้าว

       

       นอกจากนี้ยังพบว่า มาตรการดูแลราคาข้าวเปลือกฤดูกาลผลิตปี 2559/60 เช่น การรับจำนำยุ้งฉาง ยังไม่สะท้อนราคาข้าว เพราะมีแนวโน้มว่าเกษตรกรจะเข้าร่วมโครงการน้อย

       

       นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ราคาข้าวปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง มาจาก 3 ปัจจัย คือ ไม่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามา โรงสีมีการขายข้าวล่วงหน้าในราคาต่ำ เพราะมองว่าผลผลิข้าวฤดูกาลใหม่ที่กำลังทยอยออกมาช่วงปลายปีมีปริมาณมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ต้องเร่งปล่อยสต๊อกข้าวที่อยู่ในมือ และการระบายข้าวสต๊อกอีก 1 ล้านตัน ที่มีผลต่อจิตวิทยาในตลาด

[ad_2]

ขอบคุณที่มา manager.co.th

[ธุรกิจน่าลงทุน] Snack Corn ข้าวโพดคั่วร้อยรส

0

ธุรกิจน่าลงทุน ประจำสัปดาห์นี้ เถ้าแก่ใหม่ ขอนำเสนอ “ข้าวโพดคั่ว” ร้อยรส ลงทุนต่ำ กำไรงาม

Snack Corn เกิดจากหนุ่มสาวที่เริ่มทำธุรกิจนี้ตั้งแต่เป็นมนุษย์เงินเดือน จนเมื่อธุรกิจเติบโตได้มีโอกาสมาขยายสาขาให้เติบโตอย่างรวดเร็ว

คุณ น้องไก่ (สวลี หมั่นมา) – คุณ น้องโจ้ (ยุทธพงษ์กิตติ ชัยมงกุฎ)

Snack Corn4

ทั้ง 2 คนเป็นน้องที่ขยันมากครับ และมีการวางแผนทำธุรกิจที่ชัดเจนมาก แม้จะมีผิดพลาดมาหลายธุรกิจแต่ก็ไม่เคยทำให้พวกเขาย่อท้อ กลับกลายเป็นประสบการณ์ให้พวกเขาได้ยิ่งพัฒนาตัวเอง

“เราทั้งสองคนเป็นมนุษย์เงินเดือนอ่ะนะครับ แล้วก็พยายามมองหาธุรกิจที่สามารถทำได้ในเวลาเลิกงาน หรือวันหยุด เสาร์อาทิตย์มาตลอด เมื่อก่อนก็ไปขายแซนวิชบ้างเสื้อผ้าบ้าง กิ๊บช้อปบ้าง แต่มันก็มีความเสี่ยงอยู่หลายข้อด้วยกัน เช่น ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง ถึงจะขายได้รายได้ก็ไม่คุ้มค่ากับที่ลงทุนและลงแรงไป และที่สำคัญต่อยอดธุรกิจค่อนข้างยาก

จนมาปิ้งจากกระแสป๊อปคอร์นเจ้าดังจากต่างประเทศช่วงต้นปี 57 ช่วงนั้นมันฟีเวอร์มาก ขนาดถึงขั้นต่อคิวยาวเป็นหางว่าว เราก็เริ่มสนใจตั้งแต่นั้นมา และก็เริ่มศึกษาตลาดจากตลาดนัดทั่วไปก่อน สำรวจดูว่า ในตลาดนัดทั่วๆไป ยังไม่มีป๊อปคอร์นลักษณะนี้ขาย จะมีก็แต่ในโรงหนังเท่านั้น ซึ่งก็แพงเว่อ หรือไม่ก็เป็นข้าวโพดคั่วแบบไทยๆ ถุงใหญ่ๆ มัดหนังยางขาย ไม่น่าสนใจ เมื่อเห็นช่องว่างการตลาดตรงนี้ จึงเริ่มศึกษาถึงวิธีการทำ

ช่วงแรกดูจากเว็บไซต์ต่างประเทศ จากใน Youtube ตระเวนซื้อป๊อปคอร์น ของเจ้าอื่นๆ มาชิม และลองทำไปด้วยควบคู่กันไป ตอนนั้นคิดอยู่อย่างเดียวคือ ป๊อปคอร์นของเราต้องอร่อย สวย ดูดี และต้องราคาไม่แพง ให้คนไทยสามารถกินป๊อปคอร์นเกรดพรีเมี่ยมได้ ซึ่งกว่าจะได้สูตรป๊อปคอร์นที่หอมหวาน ก็ลองผิดลองถูกกันอยู่นานหลายเดือน

ในที่สุดเลยตัดสินใจสั่งเครื่องมาจากไต้หวัน เพื่อทดลองทำ ให้ได้สูตรที่เป็นมาตรฐาน ที่สามารถทำได้ง่าย อย่างชนิดที่ว่าคนที่ไม่เคยทำมาก่อนก็สามารถทำได้

จากนั้นก็เริ่มแจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน ให้เพื่อนที่ทำงานทาน จนในที่สุดก็เลยตัดสินใจเปิดสาขาแรกที่ ตลาดประชาอุทิศ 61 เพื่อทดลองขายจริงดูก่อน ปรากฏว่าการตอบรับดีมาก

ไม่ถึง 3 ชั่วโมง เกลี้ยง!!!!!

ก็เลยเริ่มวางแผนที่จะขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ตามที่ตั้งใจไว้ซึ่งในช่วง แรกเราลงไปขายเอง เพราะอยากรู้จักลูกค้า อยากรู้ว่าจะขายได้จริงไหม อยากรู้ว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างไร เพราะเป้าหมายของเราคือการทำแฟรนไชส์ หากเราขายได้ แน่นอนแฟรนไชส์ของเราก็ต้องขายได้เหมือนกัน

Snack Corn

ใช้เวลาเพียงปีเศษ ตอนนี้มีแล้ว 185 สาขา เกือบ 200 ครับ

 

สำหรับคนที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ Snack Corn สามารถลงทุนได้ด้วยเงินทุนที่ไม่สูงมากนัก

รายละเอียด แฟรนไชส์เร่มต้นนะจ๊ะ ปกติ 18500.-
สำหรับลูกค้า ที่บอกว่ามาจาก “เถ้าแก่ใหม่” โปรโมชั่น เหลือ 15500.-  ตลอดชีพ ครับ

สิ่งที่จะได้รับดังนี้

* ชุดโต๊ะหน้าขาวอย่างดี พร้อมตกแต่ง
* ตู้ป๊อปคอร์นไฟฟ้า ขนาด 8 ออนส์
* ป้าย Rollup (ป้ายเมนู พับเก็บได้)

* อุปกรณ์ขายครบชุด
– กล่องมิกซ์ 2 กล่อง
– กล่องใส่ข้าวโพด น้ำตาล เกลือ
– โหลใส่ผงปรุงรส 9 โหล
– ชุดถ้วยตวง
– ช้อนตวง
– ไม้พาย
– กระบวยตัก
– ลังเก็บของ

* วัตถุดิบ สำหรับทำขาย 200 แก้ว
– เมล็ดข้าวโพดเกรด A นำเข้าจากอเมริกา พันธ์กลม 6 กก
– น้ำมันเนยสูตรพิเศษ 6 ลิตร
– น้ำตาลคาราเมล 4 กก
– เกลือป๊อปคอร์น 0.5 กก
– ผงปรุงรส 9 รส อย่างละ กระปุก
– แก้วสำหรับใส่ 200 แก้ว
– ถุงซิป 50 ใบ

ระยะเวลาคืนทุน ประมาณกี่เดือน

Snack Corn1
– ทำเลดี ภายในเดือนเดียวก็คืนทุนแล้ว
แต่ทั่วๆไป ขายแบบทั่วๆไป ก็ 1-2 เดือน ครับ

หลักการเบื้องต้นในการเลือกทำเล

Snack Corn2

– แหล่งชุมชน โรงเรียน โรงงาน ตลาดนัด ลานเบียร์
ทางเราเปิดโอกาสและชีช่องไว้ว่า
สามารถทำส่งร้านกาแฟ ร้านปิ้งย่างบุ๊ฟเฟ่  ร้านอาหาร  โรงเรียน หรือโรงงานต่างๆ ได้เลย  มีหลากหลายช่องทางมากๆ ในการสร้างยอดขาย
ข้อดีของแนวทางนี้คือ
1.ไม่เสียค่าที่ เพราะทำเองที่บ้าน กำหนดเวลาได้อีก
2. ไม่เสียค่าจ้างคนไปขาย สบายๆ

 

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการหารายได้เพิ่ม หรือ เจ้าของหน้าร้านทั่วไปผมว่านี่เป็นช่องทางที่จะเพิ่มรายได้ให้กับท่านครับ

สนใจที่จะสร้างรายได้ ลงทุนธุรกิจ Snack Corn ติดต่อ

โทร. 081-6922-6732

Line : s-sytt

อย่าลืมแจ้งว่ามาจาก “เถ้าแก่ใหม่” รับส่วนลดพิเศษนะครับ

Special Note : ถ้าบอกว่ามาจากเถ้าแก่ใหม่ เราแถมข้าวโพดให้เป็น 10 กก เลยครับ ^^

15 แนวคิด พิชิตความสำเร็จของ ดำรงค์ พิณคุณ

0

15 แนวคิด พิชิตความสำเร็จของ ดำรงค์ พิณคุณ นักธุรกิจและนักเขียนผู้สร้างสรรค์งานดีมีคุณภาพสู่สายตาชาวโลก

 

การประสบความสำเร็จด้วยวัยยังน้อยของใครคนใดคนหนึ่ง ย่อมเป็นที่สนใจของคนนักธุรกิจและว่าที่นักธุรกิจทั้งหลาย พลางตั้งคำถามในใจว่าเขาทำได้อย่างไร ซึ่งวันนี้ผมจะพาทุกท่านมาพบกับนักธุรกิจหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูง ในวัยเพียง 26 ปีเท่านั้น เขาคือ ดำรงค์ พิณคุณ ประธานกรรมการ เครือบริษัท เรสเตอร์ กรุ๊ป เจ้าของธุรกิจเก้าอี้นวดเรสเตอร์เพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นเจ้าแรกของประเทศไทย ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้น 300,000 บาท ซึ่งเขามีแนวคิดในการมองธุรกิจแบบล่วงหน้าและมีแบบแผน ส่งผลให้ธุรกิจเก้าอี้นวดประสบความสำเร็จอย่างสูง จนสามารถขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของไทยในตลาดธุรกิจเก้าอี้นวด ติดต่อกันมากว่า 16 ปี และอีกบทบาทหนึ่งของดำรงค์ พิณคุณ ที่นักอ่านหลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดีในนามของนักเขียนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงของวงการหนังสือ… ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ครับ เรามาดูแนวคิดของเขากันเลยว่าที่มาของความสำเร็จจริง ๆ แล้วเขาคิดและทำอย่างไร

 

1.เปลี่ยนความฝันให้เป็นเป้าหมาย

คุณดำรงค์กล่าวว่า “ความฝันทำให้ผมเดินหน้าได้และทุกคนก็ทำได้เช่นกัน” คุณดำรงค์ได้เปลี่ยนความฝันให้เป็นเป้าหมายแล้วลงมือทำเขาจึงก้าวสู่ความสำเร็จในฐานะนักบริหารและนักเขียน ซึ่งเป้าหมายของการเป็นนักเขียนนั้น ก็เพื่อแบ่งปันความรู้และความสามารถของตนออกมาเป็นตัวหนังสือ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของงานเขียนนั่นเอง

 

2.ความสุขมาจากการแบ่งปัน

คุณดำรงค์ ได้กล่าวเกี่ยวกับการเป็นนักเขียนว่า การเป็นนักเขียนจะสามารถถ่ายทอดความรู้ของเราออกไปสู่ผู้อ่านได้ในวงกว้าง ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติของผู้อ่าน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้กับพวกเขาได้ ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นความสุขที่มาจากการแบ่งปันให้กับนักอ่านทุกคนที่เป็นประโยชน์และสามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานและชีวิตประจำวันได้ ซึ่งทุกชีวิตนั้นต้องการความสุข และความสุขที่แท้จริงก็อยู่ใกล้ ๆ ตัวเรานี่เอง

 

3.ทำการตลาดด้วยตนเองอย่างทุ่มเท

ดำรงค์ พิณคุณ ได้นำประสบการณ์ ความรู้และความสามารถในการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจ ถ่ายทอดแนวคิดที่คิดบวกในแบบของเขา สู่งานเขียน พร้อมนี้เขาได้ลุยตลาดหนังสือด้วยตนเองทั้งออกแบบรูปเล่ม หรืองานกราฟิกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เต็มเปี่ยมไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ โดยเขาทุ่มเททำทุกอย่างด้วยตนเอง โดยผลงานเขียนเล่มแรกที่ชื่อ เกาสมอง ถูกตีพิมพ์จำหน่ายมากถึง 22 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมากทีเดียว

 

4.แบ่งประเภทงานให้ชัดเจนเพื่อความสำเร็จ

การแบ่งประเภทงานจะทำให้การทำงานมีเป้าหมายง่ายขึ้นและเกิดความชัดเจนคุณดำรงค์ ได้แบ่งงานเขียนหนังสือออกเป็น 2 ประเภทคือ หนึ่ง แนวทางการบริหารธุรกิจ การบริหารจัดการ การวางกลยุทธ์ การตลาด และสอง แนวทางการพัฒนาตนเอง การพัฒนาแนวคิด การเพิ่มศักยภาพในตนเอง ซึ่งปัจจุบันคุณดำรงค์มีผลงานเขียนภาษาไทยกว่า 60 เรื่อง นอกจากนี้ยังมีงานเขียนเรื่อง สุขใหม่ หัวใจเดิม กับทฤษฎีความสุขฉบับพกพา ซึ่งสามารถสร้างกระแสความสุขจากใจที่คิดบวก โดยมียอดจำหน่ายกว่า 200,000 เล่ม ภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์เท่านั้น

 

5.ต่อยอดสู่งานสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น

หลังจากที่คุณดำรงค์ได้แบ่งปันความรู้ผ่านตัวหนังสือแล้ว เขายังอยากจะทำให้การแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการเป็นวิทยากรผู้สร้างแรงบันดาลใจ แง่คิดเชิงบวก การตลาดแบบสร้างสรรค์ รวมถึงเทคนิคการขายแบบต่าง ๆ นอกจากนี้เขายังเป็นผู้คิดค้นหลักสูตรกลยุทธ์การบริหารความสำเร็จ The Success ความสำเร็จออกแบบได้ หลักสูตรการตลาดเชิงสร้างสรรค์ Creative Marketing และ Walk with me  ที่จัดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 29 รอบ ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนหลายล้านคนต่อปี

 

6.คิดจะเปลี่ยนอะไรเปลี่ยนที่ความคิดก่อน

เขามีความเชื่อว่า การคิดบวกเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขและความสุขเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ ก่อนที่คุณจะคิดเปลี่ยนทุกอย่าง ขอให้คุณเริ่มต้นเปลี่ยนที่ความคิดก่อน โดยให้ยึดหลักการคิดบวกเข้าไว้ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขและความสำเร็จอย่างแน่นอน

 

7.สร้างผลงานให้โดดเด่นไปไกลถึงต่างแดน

ผลงานของคุณดำรงค์มีความโดดเด่นเป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของนักอ่าน ในฐานะที่เขาเป็นนักบริหารที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการทำธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดชั้นนำระดับประเทศ ทำให้งานเขียนของเขาได้รับความสนใจจากต่างประเทศ  จวบจนปัจจุบันเขาได้แปลหนังสือที่ตนเขียนฉบับภาษาไทยมาแล้ว 60 เรื่อง และเป็นหนังสือฉบับภาษาอังกฤษกว่า 32 เรื่อง

 

8.นำผลงานไปแสดงระดับนานาชาติ

ผู้ที่ประสบความสำเร็จมักคิดนำผลงานของตนไปไกลในระดับนานาชาติ คุณดำรงค์ก็เช่นกันได้นำผลงานของตนไปแสดงในงานหนังสือระดับนานาชาติที่ London Book Fair ประเทศอังกฤษ และที่ Frankfurt Book Fair ประเทศเยอรมณี ส่งผลให้งานเขียนของเขาได้รับการขอซื้อลิขสิทธิ์แปลเป็นภาษาต่างประเทศแล้ว 7 ภาษา และมีตัวแทนจำหน่ายภาคภาษาอังกฤษกว่า 44 ประเทศทั่วโลก

 

9.มอบสิ่งที่ดีให้กับโลกได้รับผลตอบรับที่ดีกลับมา

ในฐานะนักเขียนสิ่งที่คุณดำรงได้รับอันประเมินค่าไม่ได้นั้นก็คือ ความรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ความสามารถและแนวคิดสู่สายตาผู้อ่านทั่วโลก อีกทั้งยังได้ผลการตอบรับที่ดีจากต่างแดน โดยเฉพาะหนังสือที่เกี่ยวกับ Business และ Self improvement คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณดำรงค์มีหัวใจของผู้ถ่ายทอดและการมีใจที่อยากจะแบ่งปันเขาจึงได้รับผลตอบรับที่ดีกลับมาด้วยเช่นกัน

 

10.ใส่ใจในคุณภาพของงานเขียนและคุณภาพของสิ่งพิมพ์

ถึงแม้ว่าตลาดหนังสือในประเทศไทยจะดูเหมือนซบเซาลงไปมาก แต่ในทางตรงกันข้ามตลาดหนังสือในต่างประเทศกลับนิยมอ่านหนังสือที่ให้ความรู้เป็นรูปเล่ม อีกทั้งยังนิยมหนังสือแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ผ่านสื่อออนไลน์ และในส่วนที่คุณดำรงค์ภูมิใจมาก ๆ คือการที่คนต่างชาติให้ความสนใจในผลงานเขียนและคุณภาพของสิ่งพิมพ์ที่เขาได้นำเสนอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จส่งผลให้เขาได้รับการสั่งซื้อและสั่งผลิตในประเทศไทยเป็นจำนวนมากอีกด้วย

 

11.ไม่หวั่นไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร

คุณดำรงค์ได้ให้แง่คิดว่า ที่สำคัญที่สุดของการใช้ชีวิตคือการทำทุกอย่างอย่างมีความสุข เพราะเขาทำให้ทุก ๆ วันเป็น     “วันสุข” ถึงแม้ว่าธุรกิจหนังสือจะมีอัตราการเติบโตน้อยลงเมื่อเทียบจากปีก่อน ๆ  แต่สำนักพิมพ์ของดำรงค์ พิณคุณ ก็ยังยืนยันที่จะมอบผลงานเขียนที่ดีและมีคุณภาพงานพิมพ์ ส่งมอบให้กับลูกค้าเพื่อเป็นการส่งเสริมการอ่านและเพิ่มความรู้คืนสู่สังคมต่อไป

 

12.ขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกมากขึ้น

ถึงแม้ว่าต้นทุนการพิมพ์หนังสือจะสูงขึ้นแต่รายได้จากการขายหนังสือภายในประเทศกลับน้อยลง อย่างไรก็ตามในตลาดต่างประเทศกลับให้ความสนใจเรื่องงานเขียนและงานพิมพ์ในไทยสูงขึ้นมาก ทำให้สำนักพิมพ์ของเขามีแนวทางการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกมากขึ้น

 

13.ปรับรูปแบบงานเขียนให้มีความสวยงามโดดเด่น

สำนักพิมพ์ ดำรงค์ พิณคุณ มีแผนการตีพิมพ์หนังสือใหม่ในปี 2559 รวม 12 ปก โดยเฉลี่ยเดือนละ 1 เล่ม โดยเน้นการปรับรูปแบบงานเขียนให้มีความสวยงามโดดเด่นและไม่น่าเบื่อ เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของนักอ่าน

 

14.ตั้งเป้าหมายการตลาด

คุณดำรงค์ พิณคุณ ได้ตั้งเป้าหมายการตลาด โดยการเตรียมขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศให้ได้ 77 ประเทศ ภายในปี 2020 โดยมีความตั้งใจที่จะนำผลงานเขียนไปแสดงที่งาน Book Fair ติดต่อกัน 3 ปี ทั้งในแถบยุโรปและอเมริกา

 

15.พัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อรองรับตลาด

คุณดำรงค์ได้พัฒนา Application:Damrong Pinkoon เพื่อเป็นการรองรับตลาดในยุคดิจิทัล ซึ่งในแอพพลิเคชั่นนี้มีหลายรูปแบบทั้งแบบ e-book ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น และ VDO HD รายการ Marketing idea ซึ่งเขาเป็นผลิตและดำเนินรายการเองด้วย

 

นับว่าคุณดำรงค์ พิณคุณ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถรอบด้านจริง ๆ ครับ การได้เห็นวิธีคิดและวิธีทำงานของเขาแล้วก่อให้เกิดแรงบันดาลใจไม่น้อย  เขาเป็นผู้ปลุกปั้นธุรกิจของตนขึ้นมากับมือด้วยการเปลี่ยนความฝันให้เป็นเป้าหมายแล้วลงมือทำ นอกจากนี้เขายังเป็นผู้คิดบวกและมักมีไอเดียสร้างสรรค์อยู่เสมอ ประกอบกับการได้นำความรู้และประสบการณ์การทำงานและทำธุรกิจของตนผ่านตัวอักษรเป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงไปยังนานาประเทศ ทำให้ผู้คนหลายล้านคนเกิดการเปลี่ยนแปลงจากการได้อ่านหนังสือของเขา และสิ่งหนึ่งที่เขาได้รับจากการให้และการแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ ก็คือความสุขความภาคภูมิใจและการประสบความสำเร็จนั่นเองครับ

 

http://marketeer.co.th/2015/10

แบงค์ชาติสิงคโปร์จับมือ KPMG เผย Roadmap ด้าน Electronic Payment

0

[ad_1]

The Monetary Authority of Singapore (MAS) หรือแบงค์ชาติแห่งสิงคโปร์พึ่งเผยแผน Roadmap ระยะยาว“Singapore Payments Roadmap” ออกมาเป็นเอกสาร โดยมี KPMG เป็นที่ปรึกษา

ภายในเอกสารมีการสำรวจผู้คนที่อยุ่ในวงการ Payment ในสิงคโปร์และทั่วโลกกว่า 2,500 คน โดยดูว่าผู้บริโภคทั่วไปและธุรกิจทำการชำระเงินอย่างไร โดย KPMG  สังเกตว่าประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีกฏหมายที่ควบคุมดูแลด้านการชำระเงินดีมาก แต่ยังต้องปรับบางขั้นตอนอันประกอบด้วย

a. ปรับปรุง Regulatory Framework ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Singapore-Payments-Roadmap-Streamline-and-strengthen-the-regulatory-framework
b. ตั้งโมเดลการควบคุมและการจัดการ Payment

Singapore-Payments-Roadmap-Establish-a-new-governance-model-for-payments
c. ปรับปรุงการนำ Electronic Payments มาใช้

Singapore-Payments-Roadmap-Enhance-the-adoption-of-electronic-payments

MAS จะเปิดให้มีการปรึกษาหารือเพื่อรีวิว Payment Regulatory Framework ในสัปดาห์หน้านี้ ดูรายละเอียดแบบเต็มๆ ที่มา MAS website

[ad_2]

ขอบคุณข่าวสารธุรกิจ techsauce.co